5 เหตุผล ทำไม CD Beginner จึงทำยอดขายได้น้อยกว่าเดิม

หลังจากช่วงเที่ยง วันที่ 2 เมษายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ CD Single ที่ 6 Beginner ได้ Pre-Order ไปนั้น ได้ผลสรุปยอดขายอย่างไม่เป็นทางการตามตารางด้านล่างนี้

Handshake Date Amount of Sale
6 July 2019
≈ 35000
7 July 2019
≈ 28000
10 August 2019
≈ 25000
11 August 2019
≈ 23000
21 September 2019
≈ 24000
22 September 2019
≈ 26000
Total
≈ 160000

*ตัวเลขประมาณจากยอดสั่งซื้อบนเว็บไซต์ Shopee

เมื่อเทียบกับยอดขายในซิงก่อน ๆ

Single ที่ 3 Shonichi ทำยอดขายไป 170,000 แผ่น

Single ที่ 4 Kimi wa Melody ทำยอดขายไป 340,000 แผ่น และ

Single ที่ 5 BNK Festival ทำยอดขายไป 300,000 แผ่น (ซึ่งจำกัดจำนวนแผ่น แต่ก็ขายหมดในเวลารวดเร็ว)

จะเห็นได้ว่า ยอดขายของ Single ที่ 6 ตกลงเกือบครึ่ง และยังพอ ๆ กับ Single ที่ 3 ที่เปิดพรีออเดอร์ในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว เพราะอะไรถึงทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขนาดนี้ เราได้สรุปสาเหตุออกมาเป็น 5 ข้อหลักได้ดังนี้

1. บัตรจับมือแบบ 'ล็อควันจับ'

บัตรจับมือแบบ ‘ล็อควันจับ’ เกิดขึ้นมาจากการที่จำนวนบัตรจับมือไปลงกับสมาชิกแถวหน้า (Top Member) เยอะเกินไป และไม่มีการกระจายอย่างเท่าเทียมไปยังสมาชิกคนอื่น ๆ ทำให้เกิดเหตุการณ์โดนตัดแถว หรือโดนตัดรอบพิเศษที่ใช้สำหรับรวมบัตรขึ้น จึงทำให้มีการกำหนดบัตรแบบ ‘ล็อควันจับ’ ขึ้นมา เพื่อแก้ไขให้บัตร ‘พอดี’ กับการใช้งานในแต่ล่ะวัน และทำให้ทาง BNK48 Official สามารถกำหนดจำนวนวัน รวมถึงกำหนดวันที่จะจับมือได้อย่างแน่นอน

ระบบนี้ถูกนำมาใช้ครั้งแรก ใน Single ที่ 5 BNK Festival ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลที่แถมบัตรโหวตเลือกตั้งด้วย จึงทำให้ขายได้หมดอย่างไร้ข้อกังขาใด ๆ แต่ไม่ใช่กับ Single ที่ 6 นี้…

บัตรแบบ ‘ล็อควันจับ’ นี้ จะไม่มีค่าใด ๆ ทันทีถ้าไม่ได้ใช้ในวันที่กำหนดไว้ในบัตร ทำให้ผู้ซื้อเกิดความกังวลใจไม่กล้าซื้อเยอะ เพราะถ้าเกิดมีธุระ ก็ต้องขายต่อ หรือหาแลกอย่างเดียว ทำให้ลำบากในการจัดสรร

2. ช่วงเวลาของวันงานจับมือ นานเกินไป

ต่อเนื่องมาจากข้อที่ 1 ซึ่งนอกจะ ‘ล็อควันจับ’ แล้ว ช่วงเวลาที่จะจับมือ ก็นานเกินไป (เปิดพรีออเดอร์ มีนาคม จับช่วง กรกฏาคม – กันยายน ห่างกัน 4-6 เดือน) โดยเฉพาะเดือนกันยายน ที่แฟน ๆ ผู้ซื้อยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสะดวกรึเปล่า ทำให้การจัดสรรบัตรและวันที่จะจับเป็นไปได้ยาก ส่วนใหญ่จะซื้อเพียงจำนวนนึงเพื่อลดความเสี่ยงในการเก็บบัตรไว้กับตัวลง

3. การมาของ Handshake Digital Ticket

ระบบ Handshake Digital Ticket บน Official Application “BNK48” เป็นของใหม่ที่เพิ่งนำมาใช้ครั้งแรกใน Single ที่ 6 Beginner เพื่อแก้ไขจุดด้อยของระบบเดิม ที่มีการปลอมแปลงบัตรจับมือ (ซึ่งเกิดขึ้นในงานจับมือ Single ที่ 4) และเพื่อลดต้นทุนในการผลิตบัตรจับมือ รวมถึงช่วยลดขยะลงด้วย แต่ว่าระบบนี้จะมีแต่ข้อดีจริง ๆ หรือ

จากการพูดคุยและวิเคราะห์ร่วมกับกลุ่มแฟนคลับทั่วไป รวมถึงกลุ่มชุมชนบนโลกออนไลน์อื่น ๆ พบว่า ระบบที่ BNK48 นำมาใช้ มีข้อสงสัยที่เกิดขึ้นในหลายเรื่อง ซึ่งแบ่งออกมาได้ดังนี้

1.ระบบ Online ยังไม่เหมาะกับการใช้ในทุกพื้นที่ ด้วยที่ตัว Application เอง จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อใช้งาน ทำให้ไม่เหมาะกับบุคคลที่ไม่ได้ซื้อแพคเกจเพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา รวมถึงบางพื้นที่ ที่อับสัญญาณ (เช่นภายใน Hall 106 107 ที่จะใช้เป็นพื้นที่งานจับมือ) จึงกังวลว่าจะทำให้ใช้งานไม่เป็นไปตามปกติ

2.ระบบ App ที่รวมทุกอย่างไว้ที่เดียว อาจจะทำให้เกิดการล่มของระบบ เมื่อมีการใช้งานจำนวนมากได้ (เช่นการจับมือที่มีการไหลเวียนของข้อมูลปริมาณมาก)

3.ระบบการ Trade บน App และ Redeem Code ไม่มีความเหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย หมายถึงระบบนี้อาจจะใช้งานยากสำหรับผู้สูงอายุ หรือเด็กเยาวชนที่ไม่มีความชำนาญในการใช้ ทำให้ดูเหมือนจะเป็นการกีดกันในการเข้าถึงทางอ้อม (ทั้ง ๆ ที่มีคอนเซป ไอดอลที่สามารถพบเจอได้)

4.ผู้สนใจงานจับมือ เข้าถึงยาก รวมถึงคนนอกที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในงานจับมือ ก็ทำได้ยากขึ้น ด้วยเพราะระบบยุ่งยากมากเกินไป (แต่ก่อนแค่มาเดินซื้อบัตร ก็สามารถร่วมงานจับมือได้แล้ว ไม่ต้องใช้มือถือ โหลดแอปเพื่อมาเทรดแต่อย่างใด)

5.คุณภาพของ Application ไม่ได้สร้างความน่าเชื่อถือกับแฟนคลับ เพราะด้วยภาพลักษณ์ที่เกิดปัญหาใน App BNK48 มากมาย ทำให้ต้องใช้เวลาในสร้างการภาพลักษณ์ใหม่

ดังนั้นแล้ว ผู้เขียนจึงมองว่าระบบนี้ อาจจะยังไม่เหมาะที่จะใช้ในเวลานี้ อยากให้ใช้เวลาค่อยปรับ และแก้ไขจุดบกพร่องให้ได้มากกว่านี้ก่อนใช้งานจริง รวมถึงอยากให้มีทางเลือกมากกว่านี้ (เช่นเลือกรับแบบ e-ticket หรือเป็น ticket ธรรมดา) น่าจะเหมาะสมกว่

4. แฟนคลับและพ่อค้าแม่ค้า ยังไม่ฟื้นตัว

จาก Single ที่ 5 BNK Festival ซึ่งทำรายได้ไปอย่างมหาศาลจากการขาย CD รวมถึง Music Card เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งครั้งแรก ทำให้บรรดาแฟนคลับ รวมถึงพ่อค้าแม่ค้า ยังไม่ฟื้นตัวจากอีเวนท์ใหญ่ – งานเลือกตั้ง นี้

และยังรวมไปถึงราคาของบัตรจับมือ ที่ลดลงเป็นประวัติการณ์ (ผู้เขียนเคยเจอใบละ 50 ในงานจับมือ Single ที่ 4 วันสุดท้าย รอบจับมือสุดท้าย) เนื่องมาจากจำนวนบัตรจับมือที่มหาศาล (ประมาณ 340,000 ใบ) จึงไม่แปลกใจที่ราคาบัตรจะตกไปขนาดนั้น ทำให้พ่อค้าแม่ค้า อาจจะตัดสินใจลงทุนยากขึ้น (เพราะกลัวขาดทุน)

ทางผู้เขียนมองว่า ราคาบัตรใน Single ต่อ ๆ ไป จะไม่ตกมากขนาดนี้แล้ว เพราะมีการจำกัดจำนวนบัตรจับมือ รวมถึงจำกัดการใช้บัตรจับมือในแต่ล่ะวันไว้เรียบร้อย

5. แผนการตลาดของ Official ?

การทำการตลาดของ Official ต้องยอมรับว่าช่วงหลัง การดึงบุคคลทั่วไปให้กลายมาเป็นแฟนคลับ ทำได้น้อยลง แต่ Official ก็ยังพยายามตีไปตลาดอื่นเช่น หนัง ซีรีส์ มากขึ้นในปีนี้ เพียงแต่ยังไม่มากพอที่จะทำให้เป็นกระแสอีก ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาสักพักนึง

การกระตุ้นยอดขาย ด้วยกิจกรรมใหม่ (เช่นกิจกรรม Paper-Scissors-Rock หรือภาษาไทยของเราก็คือ เป่ายิ้งฉุบ นั่นเอง) มาช้าเกินไป อาจจะเพราะต้องการรอยอดขายจนถึงที่สุดก่อน แต่ถึงตอนนั้น ทำให้เหล่าแฟนคลับได้ลงเงินไปกับอย่างอื่นก่อนแล้ว ผู้เขียนมองว่า ถ้ามีกิจกรรมแบบนี้ตั้งแต่แรก อาจจะเป็นกระแสให้มีการแย่งซื้อกันมากกว่าปัจจุบัน

ประเด็นอีกอย่างนึง คือการขายเฉพาะ Pre-Order เท่านั้น ซึ่งมองในแง่ของ Official ก็ดูจะเป็นการ Play Safe จนเกินไป ส่วนตัวผู้เขียนแล้ว พบว่ายังมีช่องทางในการจำหน่ายมากกว่านี้ เช่น วางขายในงานจับมือ (มีโอกาสขายได้เพิ่มขึ้น) หรือเพิ่มช่องทางให้กับบุคคลทั่วไป ได้ซื้อ CD ได้ง่ายขึ้น ก็ดูจะเป็นการกระตุ้นยอดขายได้ดีเหมือนกัน

...

..

.

สรุป

การเปลี่ยนแปลงระบบอย่างกระทันหัน และขาดการทำ Research ข้อมูลจากแฟนคลับ ทำให้ดูเหมือน Official จะกระทำย้อนกลับกับความต้องการของแฟน ๆ

รวมถึงระบบที่ดูจะ “มัดมือชก” จนเกินไป เช่น ระบบ ‘ล็อควันจับ’ เลือกวันก่อนซื้อ ทางญี่ปุ่นจะใช้ระบบ ซื้อก่อนเลือกเหมือนกับตอนงาน 2-shot ของ Album River ของเราที่ซื้อแล้วเลือกทีหลัง

รวมถึงการดำเนินการที่สวนทางกับคอนเซปวง “ไอดอลที่พบเจอได้” โดยการทำให้เข้าถึงยุ่งยากกว่าเดิม

ทั้งหมดแล้วล้วนเป็นสาเหตุที่ทาง Official ควรจะคิดให้รอบคอบ และตีโจทย์ให้แตกก่อนใช้งานจริง

snsmovement-2531mar2019

BNK48 SNS Movement 25-31 มีนาคม พ.ศ. 2562

สัปดาห์ที่ผ่านมา มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจเกิดขึ้นในสังคมของ BNK48 ที่ว่าด้วยการถ่ายภาพและติดตามไอดอล ซึ่ง BNK48 ได้เลือกใช้วิธีเดียวกับดาราศิลปินทั่วไปในไทย ซึ่งเป็นความแตกต่างจาก 48 Group ในประเทศญี่ปุ่น ที่แฟนคลับสามารถติดตามและถ่ายภาพในการออกงานต่าง ๆ ในที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นตู้ปลา หรืองานโชว์ตัวต่าง ๆ และกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้วงและสมาชิกแต่ละคนเป็นที่รู้จักมากขึ้น ทำให้แฟนคลับที่อยู่ห่างไกลสามารถติดตามรับชมและแบ่งปันได้อย่างทั่วถึงกัน ในยุคที่สื่อสังคมมออนไลน์เติบโต นอกเหนือจากที่จะต้องรอภาพถ่ายหรือวิดีโอที่ออกมาจากสื่อทางการของวงแต่เพียงอย่างเดียว แต่อีกด้าน เมื่อมีการอนุญาตให้แฟนคลับสามารถถ่ายภาพในจุดต่าง ๆ ก็อาจมีการติดตามถ่ายภาพที่ไม่เหมาะสมในเชิงเวลา สถานที่ ความเป็นส่วนตัว รวมถึงความต้องการของตัวไอดอลที่แตกต่างกัน บางคนชอบ บางคนไม่ชอบ ซึ่งคำถามหนึ่งที่เกิดขึ้นคือ แล้วเส้นแบ่งของความพอดีที่เกิดจากการติดตามของทั้งแฟนคลับและศิลปินควรจะอยู่ที่จุดใด

บนตาราง Facebook และ Instagram

– “New BNK48” ยังคงได้รับผลดีจากซีรี่ส์ Great Men Academy ที่พึ่งจบลงไป และทำให้สามารถสะสมทั้งยอดผู้ติดตามบน Instagram และผู้กดไลค์บน Facebook ตั้งแต่วันที่เริ่มซี่รี่ส์ จนจบซีรี่ส์ตลอดระยะเวลา 2 เดือนถึง 43,000 Followers และ 5,600 Like ทำให้ยืนอยู่บนที่ 28 ในตาราง Facebook และ 25 บนตาราง Instagram รวมถึงสร้างความรู้จักให้แก่แฟนหน้าใหม่ที่ติดตามมาจากซีรี่ส์เป็นครั้งแรกอีกด้วย

– “Myyu BNK48” ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 31 บน Instagram จากจำนวนผู้ติดตามที่เพิ่มขึ้นอย่างคงที่ ในระดับ 2,500 Followers ต่อสัปดาห์ ส่วน Facebook “Stang BNK48” ที่ยอดดีขึ้นบน Facebook ในระยะ 2 เดือนหลังทั้งยอดไลค์เพิ่มและ Engagement ก็ขยับตัวเองขึ้นมาอยู่ในลำดับที่ 46 ได้แล้ว

สิ่งหนึ่งที่ทุกคนน่าจะเห็นพ้องต้องกันตามมารยาทพื้นฐานของการติดตามศิลปิน ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นไอดอล นั่นคือการงดติดตามและถ่ายภาพงานที่เน้นการเก็บรักษาความลับของชิ้นงานและสถานที่ถ่ายทำก่อนการเผยแพร่ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทำละคร ภาพยนตร์ โฆษณา ฯลฯ แม้ว่างานเหล่านั้นอาจจะเปิดให้แฟนคลับสามารถเข้ามาชม หรือเป็นส่วนหนึ่งของชิ้นงานได้ แต่สำหรับงานที่มีการเปิดเผยสถานที่หรือประกาศว่าจะมีการเข้ามาร่วมของศิลปินที่ติดตาม ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาร่วมงานหรือขึ้นโชว์บนเวที ก็เป็นเรื่องที่ต้องจัดการบริหารร่วมกันระหว่างผู้จัดงานและแฟนคลับ ที่จะต้องจัดสรรพื้นที่ รวมถึงวันเวลาที่เหมาะสมในการเปิดโอกาสให้แต่ละคนถ่ายภาพต่าง ๆ ออกมา

แล้วสำหรับวันและเวลาที่ก้ำกึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเวลาซ้อมหรือทำภารกิจอื่น ๆ ที่ต้องแวะมาที่ค่าย หรือที่เรียกกันภาษาง่าย ๆ ว่า “เข้าตึก” ล่ะ ปรกติของไทยควรเป็นอย่างไร

คำตอบคือ คงไม่มีคำตอบที่ครอบคลุมได้ทั้งหมดถึงความเหมาะสม เพราะศิลปินแต่ละคน รวมถึงกฎเกณฑ์ของแต่ละบริษัทก็มีความแตกต่างกันออกไป บางคนชอบที่จะมีผู้ติดตามถ่ายภาพ หรือพูดคุยกับแฟนคลับได้เป็นเรื่องเป็นราวนับชั่วโมงหลังเสร็จสิ้นภารกิจหรือการงาน บางคนอาจเลือกสื่อสารกับแฟนคลับของตัวเองในบางวันว่าไม่ต้องรอรับในบางเวลา แต่กับอีกหลายคน ก็ไม่ชอบในการรอคอยของแฟนคลับ ซึ่งก็เป็นสิทธิในตัวแต่ละคนที่เลือกได้ว่าจะปฎิบัติกับแฟนคลับของตัวเองอย่างไร เช่นเดียวกับผู้ที่ติดตามผลงานที่มีสิทธิจะเลือกสนับสนุน หรือไม่สนับสนุนสิ่งที่ศิลปินนั้น ๆ แสดงออกมา

หันกลับมามองที่วง BNK48 ที่มีสมาชิกมากถึง 51 คนในตอนนี้ ก็คงไม่แปลกที่ความต้องการของไอดอลแต่ละคนนั้นจะแตกต่างกันไป และแม้ BNK48 จะมีเรื่องของกฎที่เข้มกว่าศิลปินไทยโดยปรกติ แต่หลายครั้ง เราก็จะพบความอลุ้มอล่วยและเป็นเอกลักษณ์ของแฟนคลับไทย ที่แฟนคลับมักจะรักและพยายามสื่อสารกับคนที่ตนเองชอบอย่างใกล้ชิดเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน ดังตัวอย่างที่ชัดที่สุดจากวันคล้ายวันเกิดของแต่ละคนที่ได้รับคำอวยพรวันเกิดจากแฟนคลับโดยตรง หยุดเป่าเค้ก รับคำอวยพร และคำขอบคุณจากไอดอลในวันพิเศษร่วมกัน แม้ตัวไอดอลเองจะไม่สามารถรับเค้กจากแฟนคลับได้โดยตรงก็ตาม

รัก เรียนรู้ และเข้าใจในแต่ละฝ่าย คงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดให้แก่คำถามที่ค้างคาใจใครหลายคน