4Eyesbirds

Moderator
  • Content count

    41
  • Joined

  • Last visited

  • Days Won

    11

4Eyesbirds last won the day on February 3

4Eyesbirds had the most liked content!

Community Reputation

3 Neutral

2 Followers

About 4Eyesbirds

  • Rank
    Advanced Member
  • Birthday November 8
  1. แนะนำตัวเจ้าแม่แฟชั่นแห่ง BNK48 เคยโพสในเพจไปครั้งหนึ่งแล้วยังไงก็ขอมาโพสในนี้อีกครั้งแล้วกันค่ะ ปล.ข้อมูลที่พิมพ์ไว้ค่อนข้างเก่าเพราะไม่ได้อัพเดทมาหลายเดือนมาก (ราขี้เกียจเอง) ใครมีข้อมูลอะไรอยากเพิ่มช่วยแนะนำด้วยนะคะ 😂 ข้อมูลทั่วไป ชื่อภาษาไทย : พัศชนันท์ เจียจิรโชติ ชื่อเล่น : อร (Orn) ,พัดชา (Patcha) ,เป่าหวิน ชื่อภาษาอังกฤษ : Patchanan Jiajirachote ส่วนสูง : 164 เซนติเมตร วันเกิด : 3 กุมภาพันธ์ 2540 สีที่ชอบ : สีฟ้า และสีพวก pantone ผลไม้ที่ชอบ : ทุเรียน (และน่าจะหลายอย่าง ฮา) ขนมที่ชอบ : ช็อคโกแลต กรุ๊ปเลือด : O งานอดิเรก : นอนหลับ ฉายา/ชื่ออื่นๆ : แม่อร , อุ๋ง , อรอุ๋ง ที่มาฉายา : แม่อร -จากการที่ทำตัวเป็นคุณแม่ของวง >>ขยายความเกี่ยวกับฉายา(จะพูดถึงข้อมูลและลงที่มาท้ายข้อมูลนะคะ) -อรมีการอัพ ig story ที่เป็นสีประจำวันและแคปชั่นว่าสวัสดีวัน....คล้ายคุณแม่มากๆจนโอตะแซวกัน ที่มา : ig story -orn.bnk48official -เคทไม่ชอบกินข้าวร้านข้างทางจึงซื้อข้าวกล่องขึ้นมากินบ่อยๆจนน้ำใสไปฟ้องอร พออรรู้ก็จัดการพาไปกินข้าว(แกมบังคับ)ทันที ที่มา : voov : namsai bnk48 (18/05/60) ข้อมูลเพิ่มเติม : -เคยประกวดThai Kawaii Ambassador ตอนนั้นชื่อเล่นว่าพัดชา ที่มา :http://asianbeat.com/th/award/2016kawaii/thai/profile-53.html -อรเป็นคนที่จุ๊บทุกคนในวงเป็นปกติ โดยที่เจ้าตัวคิดว่าคนอื่นก็ทำเหมือนตัวเอง (จุ๊บคนอื่นไปทั่ว) ที่มา :ข้อมูลจากเพื่อนๆใน voov pun bnk48(16/05/60) และ voov : kaew bnk48(19/05/60) -อรชอบกินหมาล่า(เครื่องเทศจีนมีรสเผ็ดๆชาๆ) ที่มา : ไลฟ์ FB BNK48 @ตลาดหัวมุม -เป็นคนขี้เล่น เคยพูดว่าถ้าไม่ติด bnk48 คงไปหางานอื่นทำ ที่มา : BNK48 Senpai -อยู่คนเดียวตั้งแต่ม.2 โดยพ่อยอมให้มาอยู่ได้ (พ่อ-แม่แยกทางกัน) ที่มา : ตื่นมาคุย(วู้ดดี้)/BNK48 Senpai/Voov -อรมีชื่อจีนชื่อ เป่าหวิน -ชื่อพัดชามาจากครูต่างชาติเรียกชื่อแล้วชื่อจริงมันยาวไปเลยเหลือแค่พัดชา -เริ่มช่วงเดือนมิถุนายนปี 2560 อรเริ่มติด Nintendo Switch -ชอบเล่น Mario Car -การ์ตูนเรื่องที่ชอบตอนนี้คือ One Punch man (ท่านไซตามะ) ที่มา : voov : Orn BNK48(28/06/60) -ล่าสุดติดเกม ROV เล่นเป็น Fighter ที่มา : ig story : Orn BNK48(20/06/60) สามารถติดตามน้องได้ทางช่องทาง >>> voov / ID : 601161295 >>> instagram >>> Facbook
  2. [Twoshots-BNK48] Woman in My Dream (OrnTarwaan) คำเตือน : เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงไม่ได้มีเจตนาทำร้ายศิลปินใดๆทั้งสิ้น เพิ่มเติม ขออภัยศิลปินที่นำมาอ้างอิง สำหรับผู้แต่งคำว่า จิ้น ย่อจาก imagin คือเป็นจินตนาการดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าเราจะคิดจริงจังไปไกลนะคะ ไม่ต้องคิดมากค่ะ แต่หากทั้งผู้อ่านและศิลปินไม่สบายใจเรายินดีที่จะลบฟิคเช่นกันค่ะ ‘คืนนี้ฉันจะฝันเห็นเธออีกไหมนะ?’ คำถามนี้เป็นคำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวของฉันในเวลาก่อนนอนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ที่ความง่วงค่อยๆเข้าแทรกแทรงสาวหมวยผมสีน้ำตาลอ่อน ตาเรียวที่ทำให้รู้ว่าเจ้าตัวมีเชื้อจีนแต่มันก็กลมโตจนทำให้ใบหน้าของเธอดูน่ารักปนสวยคมไปด้วย ตาของเจ้าของห้องกำลังค่อยๆปิดลง เธอชื่อว่าอร พัศชนันท์ เป็นนักวาดรูปอิสระ มันควรจะเป็นอาชีพหลักตามใบปริญญาของเธอ แต่ปัจจุบันเหมือนเป็นอาชีพเสริมในเมื่อเธอไม่ค่อยได้วาดมันมาตั้งแต่เธอเรียนจบมา สิ่งที่เธอคิดก่อนนอนของทุกวันมันเกิดขึ้นจากความฝันแปลกๆเกี่ยวกับหญิงสาวตัวเล็กที่ผิวสีขาวเหลือง ดวงตากลมโตสีดำ ผมสีดำยาว และรอยยิ้มมุมปากของคนที่มีใบหน้าคมสวย มันช่างชวนใจเต้นแรงตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอกัน มันน่าแปลกที่เธอจำไม่ได้ว่าเจอหญิงสาวคนนี้ตั้งแต่ตอนไหน ไม่รู้จักชื่อ รู้เพียงว่าเธอเสพติดการพบอีกฝ่ายในฝันแล้ว สิ่งที่เธอจำได้คือเธอเริ่มฝันแปลกๆแบบนี้มาหลายวันและวันนี้คืออีกวันที่เธอฝันถึงหญิงสาวที่เธอไม่รู้จักชื่อ.... “อร” เสียงเรียกดังขึ้นมาทำให้คนที่กำลังหลับตาอยู่รู้สึกเหมือนตัวเองจะต้องลืมตาขึ้นมา แม้จะรู้ว่าเธอกำลังฝันอยู่เพราะเสียงที่คุ้นเคย แต่มันก็ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองอยากที่จะลืมตาขึ้นมาเพื่อ.... “อร...ลืมตาขึ้นมาสิคะ” เสียงหวานดังขึ้นอีกครั้งทำให้คนที่มีดวงตากลมโตสีดำจะลืมตาขึ้นมา ใบหน้าแสนหวานของหญิงสาวที่ตอนนี้เธอกำลังนอนที่ตักของอีกฝ่ายอยู่ กลิ่นหอมอ่อนๆที่เธอรู้ดีว่ามันเป็นเพียงจินตนากาลแต่มันช่างหอมหวลจนไม่อยากตื่นจากฝันนี้ ต้นขาที่เธอกำลังนอนหนุนนี้คงจะเป็นหมอนที่เธอนอน แต่ในฝันที่เห็นคือขาของคนตัวเล็กที่มันทำให้เธออยากจะนอนซุกอยู่ตรงนี้ตลอดไป.... “อรตื่นสิ ไม่อยากคุยกับฉันหรอ?” น้ำเสียงเง้างอนและใบหน้าที่เหมือนไม่พอใจทำให้อรเผลอยิ้มทันทีที่หันไปมองคนที่เธอกำลังนอนตักอยู่ รอบข้างตอนนี้คือสวนสาธารณะที่มีต้นไม้ใหญ่บังแดดให้พวกเธอ อรกำลังนอนบนพื้นหญ้านุ่มๆโดยมีหญิงสาวที่เธอรักนั่งให้เธอนอนหนุนตัก อรจำได้ดีว่าสถานที่นี้คือสถานที่ที่เธอไว้หัดวาดรูปประจำ เป็นสวนในมหาวิทยาลัยไม่แปลกที่เธอจะชอบฝันเห็นที่นี่แต่สำหรับคนนี้.... “งั้นบอกชื่อกับอรก่อนสิคะ....เธอชื่ออะไร?” อรพูดขึ้นมาก่อนที่จะมองดวงตากลมโตของคนตรงหน้าที่ก้มมองเธอด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ซึ่งก็เหมือนทุกครั้งคือ.... “บอกไม่ได้หรอก เราคุยกันโดยไม่ต้องรู้ชื่อได้ไหม?” นั่นคือคำพูดของคนที่เธอไม่รู้จักชื่อ มันหลายครั้งที่เธอพยายามถามชื่ออีกฝ่ายและมันก็จบลงที่อีกฝ่ายเลี่ยงตอบคำถามเธอและถามเธอพยายามที่จะถามต่อล่ะก็..... “แต่....” นิ้วเรียวสัมผัสที่ริมฝีปากของเธอ สีหน้าที่ดูเศร้าลงของคนตัวเล็ก และใบหน้าที่พยายามยิ้มขึ้นมาก่อนจะพูดต่อคล้ายขอร้องเธอ “ขอร้องล่ะอร....” คำขอร้องที่เหมือนทุกครั้งทำให้อรเผลอยิ้มขึ้นมา มือค่อยๆเลื่อนไปจับที่นิ้วเรียวที่แตะอยู่ที่ริมฝีปาก อรจับมันไว้แม้จะรู้ว่าเป็นเพียงฝัน ค่อยๆยันตัวขึ้นและยื่นหน้าเข้าหาหญิงสาวในฝัน ก่อนที่จะประทับริมฝีปากลงที่แก้มสีขาวเหลืองที่ขึ้นสีอมชมพูหลังจากถูกสัมผัสอันอ่อนนุ่ม มือที่ว่างยกขึ้นมาจับที่แก้มอีกข้างและลูบมันอย่างแผ่วเบา ร่างสูงมองดวงตากลมโตของอีกฝ่ายก่อนจะพูดต่อ “งั้นอรขอแบบทุกครั้งได้ไหม?” นั่นคือคำพูดของอรที่ดังขึ้นมาเหมือนทุกครั้ง ก่อนที่ริมฝีปากของเธอจะรู้สึกถึงความนุ่มนวลราวกับว่าอีกฝ่ายกำลังจูบเธอ แม้ว่าจะรู้ว่ามันคือความฝันแต่มือของเธอกลับเลื่อนไปโอบกอดนางในฝัน และกระชับอ้อมกอดแน่นพร้อมกับริมฝีปากที่สัมผัสกับอีกฝ่ายอย่างโหยหา แม้ว่ารู้ตัวดีว่ามันไม่ใช่ความจริง..... “ฉันรักเธอ” คำพูดที่อรพูดออกมาหลังจากถอนจูบทำให้หญิงสาวตรงหน้าส่งยิ้มให้เธอก่อนที่ภาพจะค่อยๆจางลงไป พร้อมกับความรู้สึกที่ริมฝีปากของเธอที่ค่อยๆจางลงไปอย่างช้าๆ จนภาพตรงหน้าของเธอมันกลายเป็นความมืดมิด มันบอกได้ว่าตอนนี้..... ถึงเวลาที่เธอควรจะตื่นนอนและจากลาหญิงสาวอันเป็นที่เธอรักอีกครั้ง สาวหมวยตื่นขึ้นมาพร้อมผมสีน้ำตาลที่ค่อนข้างยุ่งเหมือนทุกวัน เธอลูบหัวตัวเองก่อนที่จะจัดแจงเสื้อเชิ้ตที่ใส่นอนให้เรียบร้อย ก่อนที่จะเดินไปตรงไปที่ห้องอีกห้องหนึ่งที่เธอไว้สำหรับวาดภาพ ทุกเช้าเธอจะต้องเข้ามาในห้องนี้ ดวงตาลมโตมองไปที่แผ่นผ้าสำหรับวาดภาพสีน้ำมัน ก่อนที่จะหยิบกระดาษขึ้นมาร่างภาพลงไป มันคือภาพของหญิงสาวในฝันของเธอ เป็นภาพของคนเดียวกับภาพอื่นๆในห้องนี้กว่า 10 รูปภาพ ไม่นานนักศิลปินสาวก็เริ่มปาดพู่กันละเลงสีลงบนผืนผ้า มันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนที่วาดภาพมานานเกือบจะตลอดทั้งชีวิตแบบเธอ แต่มันช่างเจ็บปวดเมื่อคิดว่าผู้หญิงในภาพนี้ไม่มีตัวจริงบนโลกนี้... . . . ผ่านไปหลายชั่วโมง เวลาเดินไปจาก 7 โมงเช้าผ่านล่วงเลยเวลาอาหารเช้า ผ่านไปจนถึงตอนเที่ยงวัน ร่างสูงบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนที่จะยิ้มกับผลงานของตัวเอง หญิงสาวหน้าคมผิวสีน้ำผึ้ง มองตรงมาที่เธอพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ชวนหลงใหล วันนี้เธอวาดหญิงสาวไร้ชื่อในชุดนักศึกษาอีกแล้ว มันน่าแปลกที่เธอจำอีกฝ่ายได้เพียงชุดนี้และในฝันก็พบอีกฝ่ายในชุดแบบนี้อย่างเดียว ส่วนตัวเธอเองใส่ชุดอะไรในความฝัน เมื่อตื่นขึ้นมาเธอกลับลืมไปสนิทไม่เหลืออะไรที่จำได้แม้แต่นิดเดียว “เธอชื่ออะไรกัน” คำถามที่วนเวียนในหัวจนเผลอหลุดปากถามรูปภาพของคนที่เธอคิดถึง มันไม่แปลกถ้าคนๆนี้เป็นคนจริงๆไม่ใช่คนในฝัน อรยิ้มขึ้นมาบางๆราวกับสมเพชตัวเอง คนบ้าอะไรรักคนในฝัน คนบ้าอะไรพูดเองคนเดียว เธอควรที่จะเลิกทำแบบนี้ทุกวันได้แล้ว ตั้งแต่วันที่เธอจับได้ว่าถูกโดนขโมยผลงานภาพวาดโดยอาจารย์ที่นับถือวันนั้น เธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เธอแทบจะจับพู่กันไม่ได้ด้วยซ้ำเมื่อคิดว่าผลงานที่ตัวเองวาดจะถูกคนที่ตัวเองเชื่อใจหักหลัง คืนนั้นที่เธอพังข้าวของ ทุกอย่างและเหนื่อยจนเผลอหลับไปจากนั้นเธอก็เริ่มฝันเห็นหญิงสาวคนนี้ มันเริ่มขึ้นจากคืนที่หนึ่ง.... คืนที่สอง.... และมาถึงวันนี้มันนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ แต่มันก็ทำให้อรทนความคิดถึงที่จะต้องรอเจอใบหน้าของหญิงสาวเพียงในฝันไม่ไหวขนาดต้องวาดภาพของนางในฝันออกมาเต็มห้องวาดภาพ แม้ว่าอรจะเก็บตัวมาเกือบเดือน แต่ก็ไม่แปลกที่เธอจะพอมีเงินใช้เพราะเธอเองก็เคยขายผลงานจนมีเงินเหลือใช้บ้างแม้ว่าชื่อเสียงจะไม่โด่งดังนักจนโดนเข้าใจผิดว่าที่เธอไปโวยวายอาจารย์ว่าขโมยผลงานในงานแสดงภาพศิลป์เป็นเรื่องโกหก แต่ทุกคนที่รู้จักอรก็รู้ดีว่าความสามารถของเด็นคนนี้มีมากมายและควรจะก้าวไปไกลได้กว่านี้ อรเดินไปจิบกาแฟก่อนที่จะเดินไปที่ริมระเบียงห้องมองไปข้างหน้าก่อนที่จะถอนหายใจยาวๆ บางทีเธอควรจะเริ่มทำอะไรบ้าง อย่างน้อยก็ตามหาว่าเธอเคยเจอคนคนนี้ที่ไหนถึงได้ติดตาขนาดนี้ สำหรับเงินก้อนสุดท้ายจะจ้างนักสืบไปหาคนที่ไม่รู้ว่ามีตัวตนจริงไหมก็คงจะยากเกินไป จิตรกรสาวเปิดอัลบั้มรูปภาพก่อนที่จะเริ่มไล่ดูตั้งแต่เพื่อนวัยเด็ก จนมาถึงปัจจุบันก็ไม่พบภาพที่น่าสนใจแม้แต่นิด เธอถอนหาใจอีกครั้งก่อนที่จะมองเวลาที่เขียนบอกว่าถึงเวลานอนอีกครั้ง ครืด..... ครืด....ครืด.... เสียงโทรศัพท์ที่กำลังสั่นทำให้อรต้องลุกขึ้นจากเตียงนอนและไปรับโทรศัพท์ก่อนที่จะเลิกคิ้วเมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรศัพท์หาเธอ “เจ้ว่าไง มีงานอะไรให้อรช่วยอีกหรอ” อรพูดขึ้นมาทันทีที่รับสายโทรศัพท์ แต่ก็ทำให้ปลายสายขำขึ้นมาทันที “เออ รู้ทันอีก แต่ไม่ใช่งานแบบที่แกคิดหรอก เจ้จะให้แกไปช่วยงานแต่งงานของคนรู้จักแทนเจ้หน่อย เดี๋ยวเจ้จ่ายค่าตอบแทนให้พอดีติดงานด่วนจริงๆ” คำขอร้องที่ขอมาสำหรับอรมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เธอเองก็กำลังว่างงานและไม่มีอะไรทำ บางทีการที่ไปเปิดหูเปิดตานอกบ้านบ้างอาจจะเป็นผลดีกับเธอก็ได้ “ก็ได้ อรว่าพอดีว่าแต่วันไหนล่ะ?” ทั้งสองคนคุยกันอีกซักพักก่อนที่จะแยกย้ายกันไปเข้านอน พี่สาวที่โทรศัพท์มาเมื่อครู่คือรุ่นพี่ที่สนิทกับเธอตอนสมัยเรียน เป็นคนที่ช่วยเหลือเธอตอนที่กำลังจะโดนไล่ออกเพราะไปพังงานแสดงภาพศิลป์ เธอไม่มีหลักฐานอะไรในการยืนยันว่าเธอเป็นคนที่วาดภาพนั้น มีเพียงคำยืนยันจากพี่คนนี้ที่เป็นพยานให้เธอและคำพูดของรุ่นพี่ก็มีความน่าเชื่อถือเมื่อเขาเป็นถึงลูกสาวของอาจารย์ที่เป็นหัวหน้าภาควิชา แม้ว่าจะทำให้อาจารย์ที่ขโมยผลงานของอรถูกลงโทษไม่ได้ แต่อรก็รอดตัวจากการโดนไล่ออกและสามารถเรียบจบได้ เช้าวันต่อมาอรตื่นขึ้นมาก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้เธอรู้สึกไม่อยากจะทำอะไร ทั้งที่วันนี้เธอจะต้องไปช่วยจัดเตรียมสถานที่ให้พี่สาวคนสนิท แต่เหตุผลที่เธอรู้สึกเศร้าคงเพราะ.....เมื่อคืนเธอไม่ได้ฝัน มันค่อนข้างจะแปลกจนเธออยากจะหาจิตแพทย์ มันแย่มากที่คิดถึงคนในฝันจนแค่ไม่ได้ฝันเพียงวันเดียวเธอถึงกับร้องไห้ออกมา “โรคจิตชะมัด” อรบ่นกับตัวเองก่อนที่จะไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมออกไปด้านนอกโดยที่ไม่รู้เลยว่าทำไมคืนก่อนเธอถึงไม่ได้ฝัน….ถึงหญิงสาวคนนั้น บรรยากาศของสถานที่จัดงานแต่งงานถือว่าดีมากเลย มันเป็นพื้นที่ของโรงแรมที่คาดว่าเจ้าของงานคงทุ่มทุนในงานแต่งงานนี้พอสมควร อรเดินสำรวจรอบๆ ก่อนที่จะยิ้มออกมาเมื่อเห็นเด็กสาวตัวเล็กกำลังนั่งเล่นที่ชิงช้า ศิลปินสาวกำลังเดินไปหาเด็กน้อยแต่ก็ชะงักเมื่อเห็นใครบางคนเดินไปหาเด็กน้อยคนนั้น สาวร่างเล็ก ผิวสีขาวเหลือง ดวงตากลมโตสีดำ และผมสีดำยาว หัวใจของอรกำลังเต้นแรง มันเหมือนกับหญิงสาวในฝันของเธอไม่มีผิด รวมทั้งรอยยิ้มและท่าทางของอีกฝ่ายมันชัดเจนราวกับว่าเป็นคนคนเดียว แต่ร่างกายของเธอกลับแข็งทื่อและทำได้เพียงมองใบหน้าที่กำลังส่งยิ้มให้เด็กน้อยตัวเล็กอย่างอ่อนโยน ไม่นานนักเด็กสาวตัวน้อยก็รู้สึกได้ว่ามีเธอยืนมองอยู่จึงหันมาหาเธอ ทำให้หญิงสาวคนนั้นหันมามองตาม ร่างสูงสะดุ้งและทำตัวไม่ถูกขึ้นมา วันนี้อรใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกาวเกงขายาวสีดำเพื่อที่จะได้ทำงานได้คล่องตัว ส่วนผมน้ำตาลถูกรวบไว้เป็นหางม้าด้านหลัง คนตัวเล็กมองอรที่ดูจะตกใจก่อนที่จะยิ้มและค่อยๆก้มลงกระซิบที่ข้างหูของเด็กสาวตัวน้อย ไม่นานนักเด็กน้อยก็หันมองอรเพียงเสี้ยววินาทีและออกวิ่งออกไปก่อนที่คนตัวเล็กจะเดินมาหาเธอพร้อมหัวใจของอรที่เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ และมันเต้นแรงมากเมื่ออีกฝ่ายมายืนอยู่ตรงหน้าเธอ “คุณอรสินะคะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ฉันชื่อตาหวานและก็...” สิ่งที่เธออยากรู้มาตลอดได้รู้แล้ว ชื่อของนางในฝันของเธอแต่ว่าคำพูดต่อมามันทำให้ความดีใจเมื่อครู่นี้หายไปในพริบตาเดียวความดีใจเปลี่ยนไปเป็นความเจ็บปวดที่กลางหน้าอกแทน..... . . . . . “.....ฉันเป็นเจ้าสาวของงานวันนี้ค่ะ” “เจ้าสาว....” อรพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับว่ากำลังเพ้อ เรื่องนี้ถ้าหากว่าเป็นความฝันมันคงจะดีแต่คำที่ย้ำเตือนเธออีกครั้งทำให้อรได้แต่ยิ้มบางๆส่งให้อีกฝ่าย “ค่ะ ตาหวานคือเจ้าสาวของงานวันนี้ ดีใจจังนะคะที่อรมางานนี้ได้.....” คำพูดของหญิงสาวหลังจากนั้นมันไม่เข้าหูของอรเลย ตอนนี้อรอยากจะร้องไห้กับความบ้าของตัวเอง รักเขาจากความฝัน.....และมันคงจะจบลงแค่ความฝันเช่นกัน “อร” “คุณอรคะ?” เสียงเรียกของคนตัวเล็กกว่าทำให้ร่างสูงที่กำลังเหม่ออยู่สะดุ้งขึ้นมาก่อนที่จะต้องรีบถอยออกห่างอีกฝ่ายเล็กน้อยเมื่อคนตัวเล็กยื่นหน้าเข้ามาใกล้เธอ ตาหวานขำขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะมองอรที่หน้าแดงก่ำและพูดต่อ “เหม่ออะไรคะ ตาหวานเรียกตั้งนาน” “เออ...ขอโทษ” อรพูดขึ้นมาและเกาแก้มแดงๆ เธอกำลังเหม่อเรื่องของตาหวานนั่นแหละ เหม่อว่าเธอจะทำอย่างไรให้ตัวเองลืมตาหวานได้.... “ฮะๆ ไม่เป็นไรค่ะ แล้วที่ตาหวานบอกตกลงไหมคะ?” คำถามนั้นทำเอาอรถึงกับสงสัยขึ้นมาทันทีก็เพราะก่อนหน้านี้เธอไม่ได้ยินที่ตาหวานพูดเลยหนิ “ตกลงอะไรหรอคะ?” คำถามนั้นทำให้ตาหวานยิ้มขึ้นมาก่อนที่จะมองหน้าอรและพูดต่อ “ตาหวานชอบรูปวาดของอรมาก ถ้าเป็นไปได้ขอให้อรช่วยวาดภาพตาหวานในชุดแต่งงานให้ได้ไหมคะ เรื่องค่าจ้างเสนอราคามาได้เลยค่ะ” คำขอของตาหวานมันไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับอร แต่สิ่งที่เธอกังวลคงจะเป็นความรู้สึกของเธอเอง.... มือของศิลปินสาวกำแน่นก่อนที่จะสะดุ้งเมื่อมีมือมากุมมือของเธอ “ได้ไหมคะ?” น้ำเสียง ท่าทาง และสีหน้าที่ออดอ้อน มันชวนให้หัวใจของคนมองเต้นเร็วมาก แต่ในทางกลับกันก็รู้สึกเจ็บปวดเมื่อคิดว่าคนคนนี้กำลังจะเป็นของคนอื่น คำตอบของเธอก็คือ.... “ได้สิ แล้วจะเอาภาพวันไหนล่ะ?” คำตอบทำให้คนร่างเล็กยิ้มขึ้นมาและรอยยิ้มก็ทำให้หัวใจของคนร่างสูงเต้นรัวและเร็วมาก “วันไหนก็ได้ค่ะ จะว่าไป....” ตาหวานหยุดพูดก่อนที่จะหยิบอะไรบางอย่างจากกระเป๋าออกมา ตอนนี้คนตัวเล็กใสชุดกระโปรงสีขาวมันดูน่ารักเหมาะกับอีกฝ่ายและเหมาะกับงานมงคลแบบนี้มาก “นี่ ของอรสินะคะ วันนั้นที่เราเดินชนกันอรทำตกไว้” กำไลข้อมือถักทำเองสีน้ำเงินเข้ม มันเป็นของที่อรซื้อกับหญิงชราคนหนึ่งที่ขายตรงป้ายรถเมล์ เธอไม่ได้ใส่ใจนักกับของที่ได้มา จำได้ว่าเขาบอกว่าเป็นเครื่องรางทำให้เจอสิ่งดีๆ แต่วันนั้นเธอทำหายระหว่างกำลังวิ่งหนีออกจากงานพอนึกถึงตอนนั้นก็.... “กริ๊ด!” เสียงคนที่ร่างสูงวิ่งชนจนเกือบจะล้มดังขึ้นมา อรกำลังวิ่งหนีพวกพนักงานรักษาความปลอดภัยหลังจากที่ไปต่อยอาจารย์ที่ขโมยผลงานของเธออย่างจังหลังจากเถียงกันไม่จบ ร่างสูงคว้าตัวคนตัวเล็กที่เธอวิ่งชนก่อนที่จะกอดอีกฝ่ายแน่น คนตัวเล็กในชุดนักศึกษา หน้าตาน่ารักที่แต่งแต้มสีแดงด้วยความเขินอาย แต่ก็ทำให้อรเผลอมองอีกฝ่ายและจดจำได้เพียงเสี้ยววินาที “หยุดนะ!” “ขอโทษนะ ฉันต้องรีบไปแล้ว” อรรีบปล่อยคนตัวเล็กให้ยืนปกติก่อนที่จะรีบวิ่งออกไปโดยไม่ทันสังเกตว่าตัวเองทำของหล่นเอาไว้ “เดี๋ยวก่อน เธอทำ!....ของหล่น” นั่นคือการพบกันครั้งแรกและตั้งแต่วันนั้นอรก็เริ่มฝันเห็นตาหวาน แต่อรจะรู้ไหมว่า.... . . . “นี่อรรู้ไหมว่าตั้งแต่วันนั้น ฉันก็ฝันเห็นเธอตลอดทุกคืนเลย” คำพูดของตาหวานทำเอาอรชะงักไป สีหน้าของตาหวานดูจริงจัง แต่ยังคงมีรอยยิ้มมุมปาก ตาหวานยื่นสร้อยข้อมือให้อรก่อนที่จะยิ้มและพูดต่อ “เรื่องรูปถ้าหากไม่ลำบากมากล่ะก็....” “ตาหวานใส่ชุดแต่งงานให้ฉันดูหน่อยสิ” ศิลปินสาวพูดขัดขึ้นมาก่อนที่จะพยายามตีหน้านิ่งและพูดต่อเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายจับสังเกตได้ “ถ้าเกิดเลิกงานแล้วไปที่บ้านฉัน...แล้วฉันจะวาดรูปให้เธอเอง” น่าแปลกที่อรชวนคนแปลกหน้ามาที่บ้านของตัวเอง แต่น่าแปลกก็คือตาหวานเองก็..... “ขอบคุณนะ ถ้างั้นวันนี้ฉันขอติดรถไปบ้านของเธอด้วยนะ” . . . . ห้องวาดภาพถูกเก็บภาพวาดออกไปในห้องเก็บของเกือบจะทั้งหมดความจริงต้องบอกว่าภาพนางในฝันเท่านั้นที่ถูกเก็บไปเพราะคงจะไม่ดีถ้าตาหวานมาเจอภาพที่อรที่เพิ่งจะเจอกันครั้งที่สองวาดอีกฝ่ายเต็มไปหมดทั้งห้อง “รกหน่อยนะ” ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่เจ้าของห้องก็รู้ดีว่าเธอเก็บของอย่างดีแล้วเพราะ... “อะไรให้ฉันรอข้างนอกหลายนาทียังเก็บไม่เรียบร้อยอีกหรอ?” แต่พอเห็นสีหน้าที่ได้แต่ยิ้มแห้งๆของอรกลับทำให้คนตัวเล็กที่แกล้งพูดเล่นรีบตบมุขของตัวเองทันที “ล้อเล่นน่ะ ตาหวานขอเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ” ตาหวานพูดขึ้นมาจบก็ส่งยิ้มให้อรที่พยักหน้าเบาๆแต่ยังคงยืนนิ่งราวกับว่าลืมไปว่า.... “นี่จะไม่ออกจากห้องจริงๆหรอ?” ไม่ใช่แค่คำถามธรรมดาแต่ร่างเล็กที่วางชุดแต่งงานพาดลงบนเก้าอี้เรียบร้อยก็เดินเข้ามาหาศิลปินสาวจนคนถูกรุกหนักก็ถอยหลังจนไปชิดกำแพงความใกล้ชิดทำให้อรชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่จะหน้าแดงก่ำเมื่อคนตัวเล็กส่งยิ้มให้เธอ “หรือจะช่วยตาหวานเปลี่ยนชุดคะ?” ไม่ใช่แค่คำถาม แต่มือที่จับมืออรมันทำให้รู้สึกเหมือนเครื่องปรับอากาศในห้องเสียขึ้นมาทันที ใบหน้าที่ยิ้มมาให้ทำให้หัวใจเต้นแรง หัวไหล่ที่เผยให้เห็นของชุดเดรสสายเดี่ยว และการที่ยกมือของเธอไปจับที่หัวไหล่ราวกับว่ากำลังยั่วยวนมันช่าง.... “ตาหวาน อรว่า....” “อรช่วยตาหวานเปลี่ยนชุดนะคะ” คำพูดเชิงออดอ้อนและรอยยิ้มที่เหมือนคนที่กำลังวางแผนทุกสิ่งอยู่ มันช่างน่าโมโหกว่าเดิมเมื่ออรรู้ว่าตัวเธอจะตอบกลับคำขอนั้นว่า.... “ได้สิ ไงก็ผู้หญิงเหมือนกัน....” หัวใจที่เต้นแรงเมื่อสัมผัสผิวกายคนตัวเล็ก แต่คนตัวเล็กจะรู้สึกอย่างไร หน้าของเธอแดงทุกครั้งเพียงแค่เห็นรอยยิ้ม แต่เจ็บปวดเมื่อคิดว่ารอยยิ้มที่คนตัวเล็กมอบให้เธอไม่ได้มีความพิเศษกว่าคนอื่นๆ ความรู้สึกหน่วงๆที่ตั้งแต่แต่งตัว จนถึงการวาดภาพมันกำลังจะจบลงกับการลงสีน้ำครั้งสุดท้าย “สวยดีนะคะ” “อ๊ะ!” ใบหน้าของเจ้าสาวคนสวยอยู่ใกล้เธอขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ลมหายใจของพวกเธอสัมผัสกัน ดวงตากลมโตประสานกัน มันคงจะทำให้ศิลปินสาวรีบถอยหนีเหมือนทุกที ถ้าหากอีกฝ่ายไม่พูดต่อว่า.... “ขอบคุณอรนะ ฉันชอบ....นะคะ” เหมือนเจ้าสาวแสนสวยกำลังปั่นหัวเธอชัดๆ คำพูดว่าชอบมันคงจะไม่แปลกอะไร ถ้าหากเจ้าสาวคนสวยไม่มองหน้าเธอแบบนี้ จะเป็นอะไรไหม...ถ้าเธออยากจะลองอะไรต่อบางอย่าง “ถ้าชอบแล้ว....อยากได้ไหมล่ะ?” คำถามที่ถามออกไปมันทำให้คนถูกถามชะงักเล็กน้อยแต่ยังคงก้มหน้าลงมาใกล้ๆศิลปินโดยไม่เว้นระยะห่างไปจากเดิมนัก สายตาที่จ้องมองดูมันเศร้าลงเล็กน้อย ก่อนที่จะเริ่มพูดต่อด้วยคำพูดที่อรเองก็คิดไว้แล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องพูดอะไรแบบนี้.... . . . “มันไม่สายไปใช่ไหม แล้วอรให้ได้ไหมล่ะคะ?” เธออยากจะตอบว่าไม่สายไปและให้ได้.... เธอให้อีกฝ่ายได้แน่นอน แต่ว่าเธอไม่อยากจะทำให้อีกฝ่ายลำบากใจจึงเลี่ยงที่จะตอบไป อรค่อยๆดันคนตัวเล็กออกก่อนจะลุกขึ้นและยกภาพวาดที่เริ่มแห้งมาตั้งไว้ด้านหลัง ร่างสูงไม่พูดอะไรก่อนที่จะเดินไปที่ห้องเก็บของ หยิบภาพวาดออกมาจากห้องเป็นภาพวาดที่ห่อกระดาษไว้แล้ว “ฉันให้ภาพนี้เพิ่มอีกภาพ และฉันไม่คิดเงินค่าวาดภาพถือว่ารูปทั้งสองรูปเป็นของขวัญแต่งงานให้เธอแล้วกัน” ศิลปินสาวพูดและยื่นภาพวาดให้ตาหวานที่ดูมึนงงแต่ก็รับภาพวาดไป ไม่นานนักตาหวานก็เปลี่ยนเสื้อผ้าและเตรียมกลับบ้านโดยที่อรเป็นคนขับรถไปส่ง ความเงียบปกคลุมในรถยนต์จนถึงหน้าบ้านของตาหวานอรก็พูดขึ้นมาโดยที่ไม่มองหน้าอีกฝ่าย “ความจริงเธอไม่ใช่คนเดียวที่ฝันเห็นฉัน รูปที่ฉันให้เธอคือคำที่ฉันอยากบอกกับเธอ” อรพูดขึ้นมาก่อนที่จะหันไปยิ้มให้ตาหวานที่มองเธอนิ่ง “อื้อ ถ้างั้นขอบคุณนะพรุ่งนี้เจอกันล่ะ” สาวร่างเล็กพูดขึ้นมาก่อนที่จะลงรถไปแต่เธอคงจะไม่รู้ว่าตอนนี้คนที่ขับรถมาส่งเธอกำลังจะหมดแรง อรมองเจ้าสาวคนสวยเดินเข้าบ้านไปก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเป็นคำที่เธอควรจะบอกคนคนนั้นต่อหน้าแต่มันคงจะไม่ดีที่จะบอกไปทั้งน้ำตา “ยินดีด้วยนะ” มันคือคำยินดีที่เธอไม่สามารถพูดออกมาต่อหน้าตาหวานได้ยินๆ.....เพราะถ้าเจ้าสาวคนสวยเห็นใบหน้าเปื้อนน้ำตาของเธอคงจะรู้สึกไม่ดีซึ่งเธอก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้สึกแบบนั้น อรขับรถออกไปพร้อมความว่างเปล่ามันคงจะไม่แปลกถ้าจะไม่เห็นศิลปินสาวที่งานแต่งงานของสาวร่างเล็ก มันอาจจะแปลกที่เธอมีความรู้สึกเหมือนคนอกหักทั้งๆที่ความรักของเธอนั้นเกิดขึ้นในความฝันและมันก็ควรจะเป็นแค่ความรักที่อยู่ในความฝันตลอดไป.... เหมือนกับคำที่เธอเขียนไว้ใต้รูปที่วาดรูปตาหวานว่า ‘You’re who I love forever in my dream’ >>>Next Chapter ________________________________________________________________________________________ Talk : ขออภัยที่มาลงช้า พอดีทางนี้ยุ่งตลอด 555 หวังว่าจะไม่ได้ลงช้าไปนะคะ
  3. อ้าว เดี๋ยวเอาพาร์ทแรกมาลงในนี้ให้นะฮับ ลงไม่บอกเลย 5555 ปล.อ่านใหม่ก็เขินๆนะเนี่ย กำไลสื่อรักที่แท้จริง //___\\
  4. โอ้ย เปี่ยมพี่ขอไฟล์ copy ได้ไหมคะ //หลบเท้ามายด์กับน้ำใส จริงๆนี่ชิปโสยเคท แต่ว่าแบบนี้ก็ดีนะ อ่านแล้วเขินเลย ชอบมุก ปาต้องโก๋หวานแบบไม่ต้องจุ่มนมข้นอะไรเลย
  5. เป็นได้ถ้าอรอยากให้เป็นค่ะ 5555 จริงๆก็มั่วๆไปบ้าง
  6. โอ้ย ลูกพี่ กระเต็นต้องดีใจที่ได้เป็นแฟนอาร์ตแรกในบอร์ดนี้ ชอบลายกล้ามเนื้อสวยดีค่ะ ลงบ่อยๆนะคะ 5555
  7. วันครบรอบตั้ง website
  8. BNK48 ปรากฎตัวครั้งแรกครั้งแรก วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 ที่งาน Japan expo thailand 2016
  9. BNK48 เปิดตัวครั้งแรก วันที่ 2 มิถุนายน 2560 ที่ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์
  10. วันเกิดณัฐธจา ชุติวรรณโสภณ (แก้ว)
  11. วันเกิดเจตสุภา เครือแตง (แจน)
  12. วันเกิดเฌอปราง อารีย์กุล (เฌอปราง)
  13. วันเกิดมิลิน ดอกเทียน (น้ำหนึ่ง)
  14. วันเกิดอิสราภา ธวัชภักดี (ตาหวาน)
  15. วันเกิดพัศชนันท์ เจียจิรโชติ (อร)